รีสอร์ตทั้งสองแห่งภายใต้แบรนด์ “เทวาศรม” ได้รับรางวัลหนึ่งกุญแจ มิชลินคีย์ (One MICHELIN Key) จากมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ประจำปี 2569 โดย เทวาศรม หัวหิน รีสอร์ต ตั้งอยู่บนชายฝั่งอ่าวไทย ในขณะที่ เทวาศรม เขาหลัก บีช รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดพังงา ถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของแบรนด์สัญชาติไทย
รางวัลมิชลินคีย์ คือสัญลักษณ์แห่งความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและการบริการสำหรับโรงแรมที่พัก เทียบได้กับรางวัลดาวมิชลินของร้านอาหาร โดยผู้ตรวจสอบของมิชลินจะประเมินจากงานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน คุณภาพและความสม่ำเสมอของการบริการ เอกลักษณ์เฉพาะตัว ตลอดจนการถ่ายทอดเสน่ห์และบรรยากาศของท้องถิ่น การได้รับรางวัลกุญแจมิชลินในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของ เทวาศรม แบรนด์รีสอร์ตหรูชายทะเล ที่เน้นประสบการณ์พักผ่อนที่แตกต่างอย่างละเมียดและใกล้ชิดธรรมชาติ เทวาศรมทั้งสองสาขาได้รับรางวัลต่างๆ มาโดยตลอดทุกปี และห้องอาหารทั้งสองแห่งที่เทวาศรมเขาหลักนั้นยังได้รับการแนะนำในมิชลิน ไกด์ต่อเนื่องมาหลายปี
“เราทดลองทำสิ่งใหม่ๆ มากกว่าที่โรงแรมบูติกขนาดเดียวกับเราจะกล้าทำกัน” คุณอิศร์ อติรักษ์ กรรมการผู้จัดการ เครือเทวาศรม รีสอร์ต กล่าว ซึ่งการทดลองสิ่งใหม่ ๆ เหล่านั้นก็เพื่อมอบประสบการณ์ที่แขกหาไม่ได้จากที่อื่น “ความตั้งใจของเราไม่เคยเปลี่ยน คือการมอบการพักผ่อนที่สงบ ไม่วุ่นวาย การดูแลที่เหนือกว่า และความแตกต่างที่ละเมียด ทั้งหมดสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้ง สร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่ตรึงใจ ทั้งหมดคือประสบการณ์แบบเทวาศรม”
สองรีสอร์ต ริมสองฝั่งทะเล
เทวาศรม ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 โดยครอบครัวชาวกรุงเทพฯ ที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตในเมืองหลวงไปเริ่มต้นชีวิตแบบใหม่ พร้อมความตั้งใจที่จะดูแลผู้เข้าพักเสมือนคนในครอบครัว รีสอร์ตแห่งแรกเปิดในปี 2553 ที่หัวหิน เมืองตากอากาศชายทะเลแห่งแรกของไทย สร้างในสไตล์ไทย-วิกตอเรียนตามแบบคฤหาสน์ตากอากาศของสยามในต้นศตวรรษที่ 20 มีห้องพักและวิลล่าวิวทะเล 24 ห้อง พร้อมห้องอาหาร PRIBPRI Heritage Table ซึ่งตั้งชื่อตาม “พริบพรี” นามโบราณของจังหวัดเพชรบุรี เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก และสืบสานสูตรอาหารประจำครอบครัว รวมทั้งอาหารพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเพชร ไว้บนโต๊ะอาหาร
รีสอร์ตแห่งที่สองเปิดในปี 2561 ที่เขาหลัก บนทำเลสุดพิเศษที่ขนาบด้วยลากูนธรรมชาติและหาดทรายสวยริมทะเลอันดามัน การออกแบบรีสอร์ตแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจจากเส้นทางสายไหมทางทะเลที่เคยผ่านชายฝั่งแห่งนี้ มีห้องพัก พูลสวีท และพูลวิลล่า รวม 69 ห้อง ห้องอาหารไทย TAKOLA ซึ่งได้รับรางวัลมิชลิน บิบ กูร์มองด์ ปี 2564-2567 นำเสนออาหารไทยปักษ์ใต้ ส่วน Devasom Beach Grill ปรุงอาหารทะเลที่ขึ้นท่าทุกเช้าจากท่าเรือทับละมุซึ่งอยู่ไม่ไกล และได้รับการแนะนำในมิชลิน ไกด์ติดต่อกันเป็นปีที่หก
“เทวาศรมเริ่มต้นจากครอบครัวเล็ก ๆ ที่ตั้งใจสร้างสถานที่พิเศษ ให้ทุกคนที่มาเยือนรู้สึกเหมือนได้กลับมาบ้าน กลับมายังสถานที่และคนที่รอต้อนรับเราอยู่เสมอ ” คุณอัศร์ อติรักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา กล่าว
แนวทางที่มุ่งมั่น
นอกจากผู้ก่อตั้งที่เป็นครอบครัวชาวไทยแต่มีประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ การบริการของรีสอร์ตสัญชาติไทยทั้งสองแห่ง ยังได้รับการขับเคลื่อนด้วยทีมงานชาวไทยทั้งหมด ซึ่งหลายคนเป็นคนท้องถิ่นในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งยังมีโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและการผ่อนคลายตลอดทั้งปี อาทิ Devasom Spa | Wellness ในเขาหลัก, กิจกรรม Full Moon Sound Bath, โปรแกรมการฝึกสติ ตลอดจนเทศกาล Devasom Sol Festival ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระดับโลกมาร่วมจัดเวิร์กช็อปและกิจกรรมผ่อนคลายตลอดหนึ่งสัปดาห์เต็ม
ศิลปวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของรีสอร์ตอย่างกลมกลืน ไม่ใช่เป็นเพียงของประดับ Kala Terra Art and Craft Studio สตูดิโอเครื่องปั้นดินเผาที่เขาหลักซึ่งเปิดตัวในปี 2568 มีโปรแกรม Artist in Residence ที่เชิญศิลปินมาพำนักและสร้างสรรค์ผลงานจากแรงบันดาลใจในท้องถิ่น นอกจากนี้ บริเวณ Listening Lounge ของทั้งสองรีสอร์ตยังมีแผ่นเสียงคลาสสิกที่เล่นผ่านระบบอะนาล็อก และกิจกรรม Heritage Drive ในหัวหิน ที่พาผู้เข้าพักนั่งรถวินเทจย้อนรอยอดีตของเมืองตากอากาศแห่งนี้
ในด้านการตอบแทนสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการ Devasom Scholarship มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีเต็มจำนวน พร้อมค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาแก่เยาวชนในอำเภอตะกั่วป่าที่ได้รับคัดเลือกมาตั้งแต่ปี 2565 โดยปัจจุบันมีนักศึกษาอยู่ในโครงการ 4 คน พร้อมโครงการอาหารกลางวัน Devasom School Lunch Project ที่ดูแลมื้ออาหารให้กับเด็กนักเรียนกว่า 650 คนในโรงเรียน 2 แห่ง นอกจากนี้ ทั้งสองรีสอร์ตยังยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมาตั้งแต่ปี 2555
“สิ่งที่ดีที่สุดในการได้ดูแลเทวาศรม คือการมอบวงจรแห่งความสุข” คุณราศรี อติรักษ์ ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง กล่าว “เมื่อแขกของเรา ทีมงานของเรา และผู้คนรอบข้างมีความสุขกับการดูแลที่เรามอบให้ ความสุขเหล่านั้นก็สะท้อนกลับมาหาเราเช่นกัน”

