เมื่อพลังของคนรุ่นใหม่ ศิลปะ ดนตรี อาหาร และธุรกิจชุมชน ถูกนำมารวมกันเพื่อสร้างชีวิตชีวาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืนวันที่ 1-2 กันยายน 2569 ตลาดหัวตะเข้ เขตลาดกระบัง จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งกับกิจกรรม “ย้อนวันวาน ณ ตลาดหัวตะเข้”
งานที่ผสานเสน่ห์ของชุมชนเก่าเข้ากับพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ผ่านร้านค้า SMEs อาหาร ดนตรี คอนเสิร์ต กิจกรรม Workshop งานศิลปะ และกิจกรรมสร้างสรรค์อีกหลากหลายรูปแบบโครงการจัดขึ้นโดย KMITL Consulting Club ภายใต้การสนับสนุนจาก ผศ.ธิติพันธุ์ ตริตระการ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ และนำการดำเนินโครงการโดย นายรชต หทัยวรารักษ์ ประธานชมรม KMITL Consulting Club พร้อมด้วยสมาชิกชมรม นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นักศึกษาด้านศิลปะและงานสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ ตลอดจนคนในชุมชนหัวตะเข้
งานครั้งนี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียง “กิจกรรมสองวัน” แต่เกิดจากแนวคิดที่ว่า หากมหาวิทยาลัย นักศึกษา คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ และชุมชนสามารถนำสิ่งที่แต่ละฝ่ายมีมาทำงานร่วมกันได้ กิจกรรมหนึ่งงานก็สามารถเป็นมากกว่าความสนุก และกลายเป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นให้เศรษฐกิจในพื้นที่เกิดการเคลื่อนไหวได้จริงมาเที่ยวหนึ่งงาน ได้สัมผัสหัวตะเข้ในหลายมิติตลอดสองวัน ผู้เข้าร่วมงานจะได้เดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศของตลาดหัวตะเข้ พร้อมพบกับร้านค้าจากนักศึกษา ผู้ประกอบการ SMEs และร้านค้าภายในชุมชน อาหารและผลิตภัณฑ์หลากหลาย การแสดงดนตรีและคอนเสิร์ต กิจกรรม Workshop ตลอดจนพื้นที่ศิลปะและกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เกิดจากความร่วมมือของนักศึกษาลาดกระบัง นักศึกษาด้านศิลปะ และผู้คนในชุมชน
ผู้จัดต้องการให้งานนี้เป็นมากกว่าสถานที่สำหรับ “มาเดินงาน” แต่เป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้รู้จักผู้ประกอบการหน้าใหม่ ค้นพบร้านและมุมต่าง ๆ ของตลาด ใช้เวลาอยู่ในชุมชนมากขึ้น และได้เห็นว่าพื้นที่เก่าที่มีเรื่องราวสามารถเชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าสนใจจึงเป็นงานที่สามารถมาได้ทั้งเพื่อ กิน เที่ยว ฟังเพลง ดูงานศิลปะ ทำ Workshop อุดหนุนธุรกิจเล็ก ๆ หรือมาใช้เวลาช่วงเย็นกับเพื่อนและครอบครัวจากคนที่เข้ามาเที่ยว สู่โอกาสทางเศรษฐกิจของชุมชนเบื้องหลังความสนุกของงาน คือแนวคิดในการใช้กิจกรรมเป็นหนึ่งในเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจของพื้นที่โจทย์สำคัญของโครงการคือ”เราจะทำให้คนที่เดินเข้ามาในตลาด ไม่ได้เพียงมาเที่ยวแล้วกลับ แต่ได้ใช้เวลา สำรวจ และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่มากขึ้นได้อย่างไร”คอนเสิร์ตและกิจกรรมหลักจึงมีบทบาทในการสร้างเหตุผลให้ผู้คนเดินทางเข้ามายังตลาด
ขณะที่ Workshop งานศิลปะ และกิจกรรมสร้างสรรค์ช่วยให้ผู้เข้าร่วมมีสิ่งให้ทำและใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้นเมื่อผู้คนใช้เวลาในตลาดมากขึ้น โอกาสในการเดินสำรวจร้านค้าเดิมของชุมชน พบร้านอาหาร ผู้ประกอบการ SMEs หรือธุรกิจของนักศึกษาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และเมื่อมีคนเดินผ่านร้านค้ามากขึ้น ก็ย่อมเพิ่มโอกาสในการเกิดการซื้อสินค้า รับประทานอาหาร หรือใช้บริการภายในพื้นที่ดังนั้น เป้าหมายของโครงการจึงไม่ได้อยู่เพียงที่การเพิ่ม Foot Traffic หรือจำนวนคนที่เข้ามาในงาน แต่ต้องการทำให้คนที่เข้ามาแต่ละคนมีโอกาสสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่มากขึ้นตั้งแต่การใช้เวลาในตลาดนานขึ้น การเดินไปยังพื้นที่ต่าง ๆ การค้นพบร้านใหม่ ไปจนถึงการเกิดการจับจ่ายกับผู้ประกอบการและร้านค้าภายในชุมชนและหากผู้เข้าร่วมมีประสบการณ์ที่ดี รู้จักร้านใหม่ หรือค้นพบมุมของหัวตะเข้ที่ตนเองชื่นชอบ การมาร่วมงานหนึ่งครั้งก็อาจกลายเป็นเหตุผลให้กลับมาเยือนตลาดหัวตะเข้อีกในอนาคต
นี่คือการเปลี่ยน “คนที่มางาน” ให้มีโอกาสกลายเป็น “คนที่กลับมาหาชุมชน” ในระยะยาวเมื่อ Creative Economy เชื่อมกับ Community Economyหัวตะเข้มีต้นทุนสำคัญที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ง่าย ๆ ทั้งเรื่องราว ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต สถาปัตยกรรม อาหาร และความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชนโครงการจึงไม่ได้พยายามเปลี่ยนตลาดหัวตะเข้ให้กลายเป็นพื้นที่ใหม่ แต่เลือกนำ ดนตรี ศิลปะ ธุรกิจของคนรุ่นใหม่ และประสบการณ์ร่วมสมัย เข้ามาเติมคุณค่าให้กับสิ่งที่ชุมชนมีอยู่แล้วนี่คือการเชื่อม Creative Economy เข้ากับ Community Economyเมื่อกิจกรรมสร้างสรรค์ช่วยดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ คนเหล่านั้นก็มีโอกาสได้รู้จักร้านค้า ผู้ประกอบการ และเรื่องราวของตลาดมากขึ้นในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็มีโอกาสพบลูกค้ากลุ่มใหม่ และชุมชนมีโอกาสถูกมองเห็นจากผู้คนในวงกว้างขึ้นสิ่งเหล่านี้ทำให้ “วัฒนธรรม” และ “เศรษฐกิจ” ไม่จำเป็นต้องอยู่คนละด้าน แต่สามารถช่วยส่งเสริมกันและเติบโตไปพร้อมกันได้SDGs ที่ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ แต่เกิดขึ้นผ่านการลงมือทำจริงกิจกรรมครั้งนี้เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals: SDGs ในหลายมิติ
SDG 8: Decent Work and Economic Growth สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการสร้างพื้นที่ให้ SMEs นักศึกษา และผู้ประกอบการในชุมชนสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ เพิ่มโอกาสในการขาย และสร้างรายได้จากการมีผู้คนเข้ามาใช้เวลาในพื้นที่มากขึ้น SDG 11: Sustainable Cities and Communitiesนำกิจกรรมร่วมสมัยเข้ามาช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับตลาดและชุมชน โดยยังคงรักษาเสน่ห์ อัตลักษณ์ และคุณค่าดั้งเดิมของหัวตะเข้เอาไว้
SDG 12: Responsible Consumption and Productionส่งเสริมการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าในพื้นที่ และธุรกิจของนักศึกษา เพื่อให้การจับจ่ายของผู้เข้าร่วมสามารถสร้างประโยชน์กลับเข้าสู่เศรษฐกิจระดับชุมชนได้โดยตรง SDG 4: Quality Educationเปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ตั้งแต่การบริหารโครงการ การวางกลยุทธ์ การทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ การประสานงานกับชุมชน ไปจนถึงการออกแบบกิจกรรมที่มีเป้าหมายสร้างผลกระทบต่อพื้นที่และ SDG 17: Partnerships for the Goalsซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ เพราะงานนี้เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัย นักศึกษา ผู้ประกอบการ ภาคศิลปะและสร้างสรรค์ ตลอดจนผู้คนในชุมชนหัวตะเข้
มากกว่างานอีเวนต์ คือพื้นที่เรียนรู้ของมหาวิทยาลัยและชุมชนอีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของโครงการ คือการมองตลาดหัวตะเข้เป็น พื้นที่เรียนรู้จริง ที่นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะด้านธุรกิจออกจากห้องเรียนมาทดลองใช้กับโจทย์ของพื้นที่จริงในขณะเดียวกัน ชุมชนก็ไม่ได้มีบทบาทเพียงเป็นสถานที่จัดงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างกิจกรรมและคุณค่าที่เกิดขึ้นโครงการจึงต้องการมองความสำเร็จให้ไกลกว่าการนับจำนวนผู้เข้าร่วมงาน โดยให้ความสำคัญกับทั้งจำนวนคนที่เข้ามาในพื้นที่ การใช้จ่ายของผู้เข้าร่วม โอกาสทางรายได้ของผู้ประกอบการ การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ตลอดจนการที่คนรุ่นใหม่ได้กลับมารู้จักตลาดหัวตะเข้มากขึ้น
เพราะคำถามสำคัญไม่ควรมีเพียง”มีคนมางานกี่คน”แต่ควรถามต่อว่า”การที่คนเหล่านั้นเข้ามา สามารถสร้างคุณค่าอะไรให้กับพื้นที่ได้บ้าง”นี่คือสิ่งที่ KMITL Consulting Club ต้องการเรียนรู้และผลักดันผ่านการจัดงานครั้งนี้1-2 กันยายนนี้ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหัวตะเข้”ย้อนวันวาน ณ ตลาดหัวตะเข้” จึงเป็นทั้งพื้นที่ของความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในเวลาเดียวกันมาฟังคอนเสิร์ตมาลองทำ Workshop มาเดินหาของกินอร่อย ๆมาชมงานศิลปะและกิจกรรมสร้างสรรค์ มาอุดหนุน SMEs นักศึกษา และร้านค้าในชุมชนหรือเพียงมานั่งเล่น เดินเล่น และใช้เวลากับเพื่อนหรือครอบครัวในบรรยากาศของตลาดหัวตะเข้ทุกการเดินเข้าร้าน ทุกเมนูที่สั่ง และทุกสินค้าที่เลือกซื้อ อาจเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่ช่วยสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการและชุมชนได้จริง
ขอเชิญชวนนักศึกษา บุคลากร ศิษย์เก่า ผู้ประกอบการ คนรุ่นใหม่ ครอบครัว และประชาชนทั่วไป มาร่วมกันสร้างชีวิตชีวาให้กับตลาดหัวตะเข้ในกิจกรรม”ย้อนวันวาน ณ ตลาดหัวตะเข้”วันที่ 1-2 กันยายน 2569ณ ตลาดหัวตะเข้ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานครมาฟังเพลง ชิมอาหาร ทำ Workshop เดินตลาด สนับสนุนผู้ประกอบการ และกลับมาค้นพบเสน่ห์ของหัวตะเข้ไปพร้อมกันเพราะหัวตะเข้ไม่ควรเป็นเพียงสถานที่ที่เราเคยผ่าน แต่เป็นพื้นที่ที่พวกเราทุกคนสามารถกลับมาร่วมกันสร้างชีวิต สร้างโอกาส และสร้างอนาคตให้กับชุมชนได้อีกครั้ง

