โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ พลิกโฉม ‘พันวา ลอดจ์’ สู่ ‘Tropical Colonial Luxury’ เสริมศักยภาพรองรับกลุ่มท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก

โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ยกระดับประสบการณ์ลักชัวรีไลฟ์สไตล์ ด้วยการรีดีไซน์ “พันวา ลอดจ์” (Panwa Lodge) บ้านพักริมทะเลของโรงแรมฯ ในสไตล์ “ทรอปิคอล โคโลเนียล” (Tropical Colonial) ที่ผสานเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมตะวันตกเข้ากับบรรยากาศเขตร้อนอย่างลงตัว พร้อมพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวและสระว่ายน้ำขนาดกว้างขวาง เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น

การปรับโฉมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญของ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ในการยกระดับห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรมในเครือ เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การเข้าพักที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ และเสริมศักยภาพโรงแรมในเครือให้พร้อมรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับ Premium Luxury ซึ่งมองหาความเป็นส่วนตัว ความโดดเด่นเฉพาะตัว และประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือกว่าการเข้าพักทั่วไป โดยโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ได้เริ่มโครงการเรโนเวตห้องพักและห้องอาหารตั้งแต่ปลายปี 2568 อาทิ ห้องอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน “Top of the Reef” ห้องพักประเภท Pool Villa, Panwa Suite Sea View และ Panwa Suite Garden View

ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์ กล่าวถึงแนวคิดในการปรับโฉม “พันวา ลอดจ์”

คุณธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์ (แวว) เจ้าของธุรกิจและผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ผู้รับผิดชอบหลักด้านการพัฒนาและปรับปรุงโรงแรมในเครือ กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการปรับโฉมบ้านพักริมทะเล “พันวา ลอดจ์” ว่า

“พันวา ลอดจ์ เป็นบ้านพักสไตล์บีชฟร้อนท์ มีจุดเด่นคือพื้นที่ใช้สอยขนาดกว้างขวางที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็น 3 ห้องนอนได้อย่างลงตัว ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางออกแบบให้ใช้งานได้อย่างเป็นสัดส่วน ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องอาหาร และเคาน์เตอร์บาร์ จึงให้ความรู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อนในบ้านริมทะเลที่เป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่แวดล้อมด้วยความร่มรื่นของต้นไม้เขียวชอุ่ม พร้อมพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและอาบแดดขนาดกว้างขวาง ซึ่งสามารถใช้จัดปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำได้

“พันวา ลอดจ์ ได้รับการออกแบบในสไตล์ Tropical Colonial เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของบ้านพันวาเฮ้าส์ ซึ่งเป็นแมนชันสไตล์ชิโน-โปรตุกีส โดยเลือกใช้โทนสีเขียวมะกอกและสีเอิร์ธโทนเป็นหลัก การตกแต่งเน้นความเรียบง่ายและอบอุ่น พร้อมแทรกสีสันและชีวิตชีวาของเมืองเขตร้อนผ่านพรรณไม้นานาชนิด

“สำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก เรายังคงเก็บของแอนทีคดั้งเดิมไว้ ทั้งเตียงไม้สี่เสา โต๊ะ และตู้ไม้ทรงคลาสสิก นำมาผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสไตล์ทรอปิคอล ทั้งเก้าอี้ไม้บุหวาย บาร์ โคมไฟ และของตกแต่งดีไซน์หลากหลาย ทุกชิ้นถูกคัดสรรและจัดวางอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทุกอย่างดูกลมกลืนและเติมชีวิตชีวาให้กับบ้าน โดยเราให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นและผู้ผลิตในประเทศ” คุณธีรวัลคุ์กล่าวทิ้งท้าย

พันวา ลอดจ์ (Panwa Lodge)

บ้านพักริมทะเลขนาด 321 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ภายในบ้าน 160 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาด 37.6 ตารางเมตร ออกแบบขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างแท้จริง ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและทัศนียภาพอันงดงามของธรรมชาติ เมื่อเปิดประตูเข้าสู่บ้าน จะพบกับโถงห้องนั่งเล่นขนาดกว้างขวาง โดยห้องนอนทั้ง 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำส่วนตัว ตั้งอยู่บริเวณปีกขวาของบ้าน ขณะที่อีกด้านหนึ่งของห้องนั่งเล่นเป็นห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ พร้อมเคาน์เตอร์บาร์ ส่วนพื้นที่ด้านหลังจัดเป็นห้องพักผ่อน ซึ่งสามารถปรับเป็น Sofa Bed สำหรับห้องนอนได้อย่างสะดวกสบาย

พันวา ลอดจ์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ “Tropical Colonial” แนวทางการออกแบบที่ผสมผสานเสน่ห์ของสถาปัตยกรรม Colonial ซึ่งได้รับอิทธิพลจากตะวันตก เข้ากับบริบทของภูมิอากาศและวิถีชีวิตในเมืองเขตร้อน ถ่ายทอดบรรยากาศของบ้านริมทะเลที่โอบล้อมด้วยต้นไม้เขตร้อนนานาพันธุ์ พร้อมประดับประดาด้วยไม้ฉลุลวดลายบริเวณชายคาในแบบฉบับบ้านขนมปังขิง (Gingerbread House) โดยนำรายละเอียดของไม้ฉลุเหล่านี้มาต่อยอดเป็นองค์ประกอบตกแต่งภายในอย่างประณีตและกลมกลืน

บริเวณด้านหน้าของบ้านเป็นระเบียงกว้างขวางที่เปิดออกสู่สระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่พักผ่อนและเตียงอาบแดด ขณะที่พื้นที่ภายในได้รับการออกแบบให้โปร่ง โล่ง สบาย บานหน้าต่างและประตูกระจกรอบบ้านช่วยเชื่อมโยงพื้นที่ภายในให้เป็นหนึ่งเดียวกับทัศนียภาพภายนอก ทั้งยังเปิดรับแสงธรรมชาติและเติมความมีชีวิตชีวาให้กับทุกมุมของบ้าน

โทนสีเขียวมะกอก สีครีม และสีเอิร์ธโทน เป็นหัวใจสำคัญของการตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์และของประดับทุกชิ้นผ่านการคัดสรรและจัดวางอย่างพิถีพิถัน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่เชื่อมโยงถึงกัน ขณะเดียวกันก็แทรกความสนุกสนานและสีสันแบบทรอปิคอลไว้อย่างมีชั้นเชิง ต้นไม้เขียวชอุ่มนานาชนิดช่วยเติมความสดชื่นให้กับบรรยากาศ ขณะที่รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างโคมไฟรูปต้นมะพร้าวที่สานจากหวาย ลวดลายต้นมะพร้าวบน หมอนอิง กระเบื้องลายต้นมะพร้าวสีน้ำตาลเข้ม และภาพวาดต้นมะพร้าวสีเขียวสดใสบริเวณหลังบาร์ ล้วนร่วมกันสร้างเรื่องราวของเมืองเขตร้อนในแบบเฉพาะตัว

อีกหนึ่งดีเทลที่สะดุดตาคือโต๊ะหวายสานรูปทรงลิง ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเด่นที่ชวนให้ต้องหันกลับมามองซ้ำ เช่นเดียวกับเก้าอี้โครงไม้บุพนักด้วยหวาย แจกัน กระถางต้นไม้ ตู้ไม้ และของตกแต่งหลากหลายสไตล์ที่แม้แตกต่างกัน แต่กลับถูกนำมาจัดวางร่วมกันในแต่ละมุมได้อย่างลงตัว ผ้าม่านและปลอกหมอนเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติอย่างผ้าลินินและผ้าฝ้าย ช่วยเสริมสัมผัสที่อบอุ่นและผ่อนคลาย

ในห้องรับประทานอาหาร ชุดโต๊ะและเก้าอี้สีน้ำตาลเข้มทรงคลาสสิกเข้ากันอย่างลงตัวกับพื้นกระเบื้องโทนสีส้มอันอบอุ่น ขณะที่สีครีมและสีเขียวมะกอกช่วยสร้างสมดุล ทำให้พื้นที่ดูอบอุ่น สบายตา และน่านั่ง

ภายในห้องนอนถูกออกแบบให้มีบรรยากาศนุ่มนวลและสงบยิ่งขึ้น เตียงไม้สี่เสาสไตล์แอนทีค เฟอร์นิเจอร์ไม้และหวาย ผสานเข้ากับโทนสีครีมและสีเขียวอ่อนอย่างกลมกลืน สร้างพื้นที่พักผ่อนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นธรรมชาติ และผ่อนคลายอย่างแท้จริง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ โทร. 0-7639-1123 หรือเว็บไซต์ www.capepanwa.com

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ