การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ Thailand Gastronomy Network (TGN) และ HUG (Hatyai University Gastronomy Lab) เปิดตัวโครงการ “The Bold Flavor | ตามรสสงขลา” เพื่อยกระดับจังหวัดสงขลาสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ผ่านการออกแบบประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์อาหาร วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมขยายโอกาสสู่ตลาดนักท่องเที่ยวอาเซียน โดยมี บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” ร่วมสนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านการใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการเดินทางและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
ข้อมูลเบื้องต้นจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในปี 2568 จังหวัดสงขลาสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 50,660.14 ล้านบาท จากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน 6.97 ล้านคน-ครั้ง ขณะที่ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 สร้างรายได้แล้ว 27,506.21 ล้านบาท จากผู้เยี่ยมเยือน 3.84 ล้านคน-ครั้ง โดยเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 15,092.59 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของสงขลาในฐานะเมืองท่องเที่ยวสำคัญและประตูเชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
โครงการ “The Bold Flavor | ตามรสสงขลา” มุ่งเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวผ่านวัฒนธรรมอาหาร สอดคล้องกับแนวทาง Value over Volume ของ ททท. โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์ที่ช่วยเพิ่มการใช้จ่าย ยืดระยะเวลาพำนัก และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ข้อมูลที่โครงการอ้างอิงจาก UN Tourism ระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านอาหารคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของงบประมาณการเดินทางของนักท่องเที่ยว
ภายใต้โครงการ ผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์จำนวน 47 ราย ประกอบด้วยเชฟ ผู้ผลิต เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการคาเฟ่ ช่างฝีมือ และเจ้าบ้านทางวัฒนธรรม จะร่วมกันพัฒนาและคัดเลือกประสบการณ์เด่นด้านอาหารจำนวน 10-15 รายการ หรือ Signature Gastronomy Experiences เพื่อนำเสนอสู่นักท่องเที่ยว
ประสบการณ์ดังกล่าวครอบคลุมเส้นทางอาหารบริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบและชายฝั่ง การท่องเที่ยวอาหารฮาลาล เวิร์กชอปอาหารและเครื่องแกงพื้นถิ่น งานคราฟต์ คาเฟ่ และกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม โดยโครงการตั้งเป้าสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 10% ผ่านกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และทดลองตลาดอย่างต่อเนื่อง
นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สงขลามีศักยภาพทั้งด้านทรัพยากรอาหาร วัฒนธรรม และทำเลที่ตั้งซึ่งเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหารจะช่วยเพิ่มคุณค่าของการเดินทาง กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวทาง Value over Volume ของ ททท.”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ ผู้ก่อตั้งและประธาน Thailand Gastronomy Network และ Strategic Lead, HUG กล่าวว่า “โครงการมุ่งยกระดับองค์ความรู้ด้านอาหารและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ตลาด ผ่านกระบวนการวิจัย การออกแบบ และการทดลองตลาด เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนในระยะยาว”
โครงการยังมุ่งขยายตลาดสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของภาคใต้ โดยต่อยอดจากจุดแข็งของจังหวัดสงขลาในฐานะประตูการท่องเที่ยวชายแดน ตลอดจนอัตลักษณ์ด้านอาหารฮาลาลและเส้นทางเครื่องเทศ ควบคู่กับความร่วมมือกับเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหารระดับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายโอกาสทางการตลาดในภูมิภาคอาเซียน
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” ร่วมสนับสนุนการเดินทางและการใช้จ่ายในจังหวัดสงขลา ด้วยสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการ ทั้งส่วนลดสูงสุด 20% หรือสิทธิพิเศษตามที่กำหนด พร้อมรับเครดิตเงินคืน 100 บาท เมื่อใช้ 1,000 คะแนน KTC FOREVER แลกรับสิทธิ์ตามเงื่อนไขของรายการ
โครงการจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ผ่านกิจกรรม “Kitchen Club by TGN presents: LET’S COOK THE PLACE #SongkhlaEdition” พร้อมเปิดตัว “World Kitchen of Spices” เป็นครั้งแรก ถ่ายทอดจาก HUG เพื่อเชื่อมโยงประเทศไทยและอินโดนีเซียผ่านเรื่องราวของเครื่องเทศ สมุนไพร และเครื่องแกงเอเชีย
ผู้สนใจสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ การลงมือปรุงอาหารร่วมกับเชฟ หรือการรับชมการสาธิต เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมอาหารระหว่างสองประเทศ ติดตามรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง Thailand Gastronomy Network
ติดตามโปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิต เคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ
หมายเหตุ: บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

