เทศกาลสงกรานต์ ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงสงครามปืนฉีดน้ำ ปาร์ตี้โฟม หรือดนตรีอีดีเอ็มที่ดังกึกก้องไปทั่วถนนสายหลัก แต่ในอีกมุมหนึ่งของประเทศไทย ท่ามกลางความสนุกสนานที่หมุนไปตามยุคสมัยยังมีรากของประเพณีปีใหม่ไทยที่ซ่อนตัวอยู่อย่างงดงามและลึกซึ้ง
สำหรับนักเดินทางสายวัฒนธรรม หรือนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวิถีท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์และเรื่องราวที่ชวนหลงใหล บทความนี้ได้แนะนำ 3 พิกัด “เที่ยวสงกรานต์สายวัฒนธรรม” ที่จะทำให้ได้เห็นความงามของเทศกาลนี้ในมุมมองที่แตกต่างออกไป
1. สงกรานต์มอญ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
อำเภอสังขละบุรีเป็นจุดหมายที่สะท้อนภาพของความศรัทธาที่บริสุทธิ์ ประเพณีสงกรานต์ของชาวไทยเชื้อสายมอญที่นี่ไม่ได้มีแค่การสาดน้ำเพื่อความสนุก แต่ยังมีการชำระล้างจิตใจและแสดงความเคารพต่อพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
การสรงน้ำพระผ่านรางไม้ไผ่: ชาวบ้านจะนำไม้ไผ่มาผ่าครึ่งและต่อกันเป็นรางยาวนับร้อยเมตร เพื่อเทน้ำอบน้ำปรุงลงไปให้ไหลไปรวมกันที่จุดสรงน้ำพระ เป็นภาพความร่วมมือร่วมใจที่หาชมได้ยาก
สะพานแห่งศรัทธา: ผู้ชายชาวมอญจะลงไปนอนราบกับพื้น เรียงต่อกันเป็น สะพานมนุษย์ เพื่อให้พระสงฆ์เดินเหยียบไปบนหลังเพื่อไปสรงน้ำ ถือเป็นการแสดงความเคารพสูงสุดและเชื่อว่าจะได้บุญบารมีอันยิ่งใหญ่
ประเพณีนี้มักจัดขึ้นในช่วงวันที่ 17-18 เมษายนของทุกปี (หลังวันสงกรานต์) การเข้าร่วมกิจกรรมควรแต่งกายด้วยชุดสุภาพ หรือสวมชุดพื้นเมืองชาวมอญเพื่อให้กลมกลืนและให้เกียรติสถานที่
2. ประเพณีแห่นางดาน จ.นครศรีธรรมราช
ขยับลงมาที่ภาคใต้ เมืองนครศรีธรรมราชในช่วงสงกรานต์จะถูกปกคลุมไปด้วยความขลังของ “ประเพณีแห่นางดาน” หรือประเพณีต้อนรับพระอิศวร ซึ่งมีรากฐานมาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่หยั่งรากลึกในคาบสมุทรนี้มานานนับพันปี
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
ขบวนแห่นางดาน: “นางดาน” คือแผ่นไม้กระดานที่แกะสลักเป็นรูปเทพบริวาร 3 แผ่น คือรูปพระอาทิตย์-พระจันทร์ รูปพระแม่ธรณี และรูปพระแม่คงคา โดยขบวนแห่ในยามค่ำคืนจะประดับประดาด้วยแสงไฟและคบเพลิง พร้อมเสียงสวดบูชาตามคติพราหมณ์ ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกห้วงเวลาหนึ่ง
พิธีโล้ชิงช้าต้อนรับพระอิศวร: เป็นการจำลองการรับเสด็จพระอิศวรที่ลงมาเยี่ยมโลกมนุษย์ในช่วงปีใหม่ ถือเป็นพิธีกรรมโบราณที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ยังคงจัดอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประเพณีนี้จะเน้นการเฉลิมฉลองในช่วงค่ำถึงดึก ในระหว่างวันนักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเพื่อทำความเข้าใจเรื่องราวความเป็นมา และเข้าร่วมดูขบวนจริงในวันที่ 14 เมษายน จะทำให้ได้รับประสบการณ์ที่อิ่มเอมยิ่งขึ้น
3. ประเพณีอุ้มสาวลงน้ำ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี
ประเพณีที่ผสมผสานความเชื่อเข้ากับความน่ารักของวิถีชีวิตชาวเลท้องถิ่น ประเพณีนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวันไหลเกาะสีชังและเกาะขามใหญ่ที่มักจัดขึ้นในวันที่ 18 เมษายน เป็นการฉลองปีใหม่ไทยในแบบที่อบอุ่นและเป็นกันเองของชาวเกาะ
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
อุ้มสาวลงน้ำ: กติกาของประเพณีนี้คือ ผู้ชายจะไปขออนุญาตอุ้มผู้หญิง ผู้สูงอายุ หรือแม้แต่เด็กๆ ลงไปเล่นน้ำทะเลหน้าหาด เป็นการหยอกล้อกันอย่างสุภาพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน เชื่อกันว่าเป็นการล้างความโชคร้ายและขอพรให้มีความสุขตลอดปี
ประเพณีนี้ยังเปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จะได้พบกับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความผูกพันของคนในชุมชนที่ให้บรรยากาศแบบครอบครัวใหญ่ และทัศนียภาพของสีสันสดใสจากเสื้อลายดอก ตัดกับฉากหลังของน้ำทะเลและท้องฟ้า
การได้ออกไปสัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรมเหล่านี้ นอกจากจะทำให้ได้ภาพถ่ายที่สวยงามและไม่ซ้ำใครแล้ว ยังเป็นการเติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง และต่อลมหายใจให้กับประเพณีอันงดงามให้คงอยู่ต่อไป สงกรานต์ปีนี้สามารถชวนเพื่อนๆ หรือครอบครัวไปลองเปลี่ยนบรรยากาศออกตามรอยศรัทธาเหล่านี้เพื่อการเริ่มต้นปีใหม่ไทยไปพร้อมๆ กัน
