ผู้ว่าฯ ททท. ชี้ ‘วัฒนธรรมผสานนวัตกรรม’ เสน่ห์จีนยุคใหม่ ดึงคนไทยไปเที่ยวจีน

เมื่อไม่นานมานี้ น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ People’s Daily Online ว่า จำนวนคนไทยที่เดินทางไปประเทศจีนเพิ่มมากขึ้นนั้น เป็นผลมาจากวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและมีชีวิตชีวาของจีน รวมถึงนวัตกรรมและความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีที่โดดเด่น การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและนวัตกรรมนี้ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย

ความสำเร็จการพัฒนาของจีน กระตุ้นความต้องการท่องเที่ยวของชาวไทย

ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ปีที่ผ่านมาเป็นวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ซึ่งทั้งสองประเทศมีการติดต่อแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวจีนก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบางเมืองของจีนมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นมากกว่า 300% สะท้อนการเติบโตที่น่าจับตา

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวไทยไม่ได้จำกัดการเดินทางอยู่เพียงเมืองหรือมณฑลใดมณฑลหนึ่ง แต่เลือกท่องเที่ยวเชิงลึกในหลายพื้นที่ ได้สัมผัสความหลากหลาย แปลกใหม่ ความงดงามของธรรมชาติ ตลอดจนบรรยากาศทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งล้วนแต่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวไทย

ผู้ว่าฯ ททท. ยกตัวอย่างภาพรถไฟฟ้าวิ่งผ่านอาคารเมืองฉงชิ่ง ซึ่งเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ของไทยส่งผลให้หลายคนอยากเดินทางไปสัมผัสด้วยตนเอง และเมื่อไปถึงจริง นอกจากสถานที่สำคัญแล้ว นักท่องเที่ยวยังประทับใจกับอาหารท้องถิ่น ความหลากหลายทางวัฒนธรรม รวมถึงแหล่งช้อปปิ้งและสินค้าที่มีให้เลือกสรรมากมาย ซึ่งยิ่งเสริมแรงดึงดูดของจีน

ผู้ว่าฯ ททท. เล่าประสบการณ์ส่วนตัวว่า เคยเดินทางไปจีนครั้งแรกเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ที่เมืองคุนหมิง ประทับใจสภาพอากาศที่เย็นสบายและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างอุทยานป่าหิน ต่อมาเมื่อเริ่มทำงานก็มีโอกาสเดินทางไปหลายเมือง แต่ละแห่งให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป โดยเฉพาะในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา สามารถเห็นพัฒนาการของจีนได้อย่างชัดเจนในทุกมณฑลและทุกเมือง

สำหรับการเดินทางล่าสุด เป็นการเข้าร่วมงาน China International Travel Mart (CITM) 2025 ที่เมืองไหโข่ว มณฑลไห่หนาน ซึ่งสร้างความประทับใจอย่างมาก ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศ ตลอดจนเทคโนโลยีนวัตกรรม อาทิ รถแท็กซี่ไร้คนขับและโดรนไร้คนขับ ซึ่งยังไม่แพร่หลายในประเทศไทย

ผู้ว่าฯ ททท. ระบุว่า ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนบทบาทผู้นำของจีนในกระบวนการพัฒนาสู่ความทันสมัย ทำให้ผู้คนจำนวนมาก รวมถึงชาวไทยรู้สึกตื่นตาตื่นใจ อีกทั้งความสัมพันธ์ไทย-จีนที่ใกล้ชิดเสมือนพี่น้อง ยังช่วยกระตุ้นให้ชาวไทยอยากเดินทางไปสัมผัสเมืองต่างๆ ของจีนมากยิ่งขึ้น

ส่งเสริมความร่วมมือเยาวชนในหลากมิติ

ผู้ว่าฯ ททท. กล่าวว่า เยาวชนคืออนาคตของชาติและเป็นทูตวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ปัจจุบันมีนักเรียนจีนเดินทางมาเรียนในประเทศไทย และนักเรียนไทยไปศึกษาต่อในจีน ขณะเดียวกัน ครอบครัวไทยจำนวนมากต่างให้ความสำคัญกับการเรียนภาษาจีน เนื่องจากเป็นภาษาที่มีอิทธิพลในระดับโลกและสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้จริง

นอกจากโครงการแลกเปลี่ยนในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ไทยและจีนยังควรส่งเสริมกิจกรรมแลกเปลี่ยนรูปแบบอื่น เช่น ค่ายฤดูร้อนและฤดูหนาว โดยนักเรียนไทยสามารถเดินทางไปเข้าค่ายฤดูหนาวในจีน ขณะที่เยาวชนจีนสามารถมาเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนในประเทศไทยตลอดทั้งปี เพื่อเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

ทั้งนี้ ความร่วมมือไม่ควรจำกัดอยู่เพียงด้านการท่องเที่ยวหรือการเยือนกันเท่านั้น แต่ควรขยายไปสู่ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจีนมีความก้าวหน้าในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ทั้งสื่อสังคมออนไลน์ ปัญญาประดิษฐ์ และแพลตฟอร์มดิจิทัล การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านดังกล่าวจะช่วยยกระดับศักยภาพของเยาวชนไทยในระยะยาว

คนไทยพร้อมเปิดบ้านต้อนรับมิตรชาวจีนเสมอ

ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ผู้ว่าฯ ททท. ได้ส่งคำอวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนถึงชาวจีน โดยระบุว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนอย่างยิ่ง ไม่เพียงในย่านเยาวราชเท่านั้น แต่ทั่วประเทศยังมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในหลายพื้นที่ สะท้อนถึงการต้อนรับและให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวจีน

ผู้ว่าฯ ททท. กล่าวย้ำว่า คนไทยยินดีต้อนรับเพื่อนชาวจีนเสมอ พร้อมอวยพรให้ทุกท่านพบแต่ความสุข ความร่ำรวย มั่งคั่ง ยั่งยืน และขอให้ความสัมพันธ์ไทย-จีนแน่นแฟ้นมั่นคงสืบไป รวมถึงขอให้เทศกาลตรุษจีนนี้เต็มไปด้วยความเป็นสิริมงคล

ที่มา People’s Daily Online, TAT News Thai

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ